คิดและทำใหม่ หยุด ปัญหาไฟป่าภาคเหนือ ด้วย CMU model อย่างยั่งยืน

ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เมื่อปี พ.ศ. 2563 หรือ ปี ค.ศ. 2020 ที่ผ่านมา เราต่างต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตโรคระบาดกันแบบไม่คาดคิด จนทำให้ทุกคนต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ หรือ New normal กันถ้วนหน้า โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัย จากไม่เคยใส่ก็กลายเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ลืมไม่ได้ถ้าต้องออกจากบ้าน ซึ่งสำหรับคนในภูมิภาคอื่น อาจจะต้องปรับตัวกันมากหน่อย ทว่า สำหรับชาวภาคเหนือ กลับมีคนพูดว่า “ทำไมตอนเกิดโควิด 19 คนเชียงใหม่ถึงใส่หน้ากากกันได้เต็มเมืองอย่างสบาย ก็เพราะเขาซ้อมใส่กันตอนมีหมอกควันจาก ปัญหาไฟป่าภาคเหนือ มาหลายปีแล้วไง” ฟังดูเผินๆ เหมือนเป็นตลกร้าย ที่เป็นเหตุเป็นผล แต่ในคำพูดนี้กลับแฝงไว้ด้วยความทุกข์จากการเผชิญกับ ปัญหาไฟป่าภาคเหนือ ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ แม้จะเป็นแค่ช่วงหนึ่งของปี แต่กินเวลายาวนานขึ้นทุกปี นอกจากการระดมอาสาสมัครดับไฟป่า ที่ตอนนี้ทำกันอย่างแข็งขันแล้ว อีกหนึ่งทางออกที่ควรจะเป็นเพื่อแก้ไขปัญหานี้ในระยะยาว นั่นคือ การระดมสมอง คิดค้นแนวทาง นวัตกรรมต่างๆ ที่จะมาจัดการกับปัญหาไฟป่าในภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสำคัญประจำภูมิภาคนี้ให้ได้อย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ในภาควิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ ซึ่งเป็นการรวมตัวของคณาจารย์ในหลายสาขาวิชา ที่จะมาให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ควบคู่ไปกับการดำเนินงานศึกษาวิจัย เสนอแนวทาง และถ่ายทอดนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหา รวมถึงเริ่มขับเคลื่อน “CMU model” […]

ปัญหาหมอกควันภาคเหนือกับแนวคิด Sandbox CMU Model

การแก้ไขปัญหาหมอกควันเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายไม่ได้นิ่งนอนใจ ฤดูหมอกควันที่ผ่านมาภาครัฐได้พยายามใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้นเพื่อควบคุมการเผา สำหรับมาตรการระยะสั้น แต่ละจังหวัดประกาศเพิ่มวันห้ามเผา เช่น เชียงใหม่ห้ามเผาช่วง 10 มกราคม – 30 เมษายน 2563 รวม 111 วัน เพิ่มขึ้นจาก 60 วันในปีที่ผ่านมา รวมถึงมีการเพิ่มเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ ส่วนมาตรการระยะยาวได้สนับสนุนการจัดตั้งป่าชุมชนภายใต้ พ.ร.บ. ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 เพื่อให้ชุมชนวางแผนอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากป่าได้อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวเพิ่งเริ่มใช้ ทำให้ชุมชนที่เข้าร่วมมีไม่มาก จึงต้องการการประชาสัมพันธ์และการขยายผลเพิ่มอีก ส่วนการส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทเชิงป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า ยังต้องการการเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากร เครื่องมือ และการจัดสรรงบประมาณเพิ่ม นอกจากนั้น ยังพบอุปสรรคอีกหลายอย่างทำให้การแก้ไขปัญหาไม่บรรลุผลเท่าที่ควร เช่น ในบางพื้นที่ได้รับความร่วมมือน้อย ยังมีการชิงเผาก่อนกำหนด เกิดการลักลอบเผาพื้นที่เกษตรและพื้นที่ป่า การเข้าดับไฟยังทำได้จำกัด เนื่องจากหลายพื้นที่เข้าถึงยากและห่างไกล จึงต้องรอรอบเวลาดาวเทียมทำให้การรายงานจุดความร้อนล่าช้า และมีการปะทุซ้ำจากไฟใต้ดิน สิ่งสำคัญจากปัญหาที่กล่าวมาคือ การขาดแรงจูงใจให้ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหา           ปัญหาที่รุนแรงขึ้นทำให้หลายภาคส่วนในพื้นที่รวมตัวออกมาเคลื่อนไหว เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างจริงจัง องค์กรที่เข้ามามีบทบาท เช่น สภาลมหายใจเชียงใหม่ เกิดจากการรวมตัวของภาคประชาชนและเอกชนที่เข้าไปช่วยภาครัฐพัฒนาคุณภาพอากาศของเมือง ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาจากต้นตอควันพิษ […]