มช.
ครองอันดับ
1
ของประเทศไทย 4 ปีซ้อน
ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิภากาศ SDG 13 Climate Action
อันดับที่ 40 ของโลกใน SDG 13: Climate Action
เป็นมหาวิทยาลัยอันดับที่ 44 ของโลก
ด้านการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)
จากสถาบันอุดมศึกษาทั่วโลกทั้งสิ้น 2,526 แห่ง จาก 130 ประเทศทั่วโลก
เป็นมหาวิทยาลัยอันดับสูงสุดของประเทศไทย
จากผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกที่สร้างผลกระทบสูงต่อสังคม
จัดอันดับโดย The Times Higher Education University Impact Rankings 2025
เกณฑ์การประเมินตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ หรือ United Nations (UN)’s
news & event
ข่าวสารล่าสุด จาก Facebook Page
🌿 ชวนคุณ “สร้างบุญด้วยอากาศสะอาด” ได้ทั้งบุญ ❤️ และสิทธิ์ลดหย่อนภาษี 💸 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับมูลนิธิพัฒนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนตามกำลัง สร้าง “ห้องปลอดฝุ่น” ในโครงการ อากาศสะอาดเพื่อน้อง 🌈 เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในภาคเหนือ 603 แห่ง ปกป้องเด็ก ๆ จากฝุ่น PM2.5 และมอบสภาพแวดล้อมที่ดีต่อการเรียนรู้และเติบโตอย่างปลอดภัย 👶📚 ✨ ปีที่ผ่านมา ได้สร้างไปแล้วกว่า 70 แห่ง และยังรอคุณมาเติมเต็มอีกหลายร้อยชีวิต ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยน “อากาศ” ให้กลายเป็น “โอกาส” 🌱 #ห้องปลอดฝุ่น #ทำบุญลดหย่อนภาษี #ERDICMU #มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ตอนที่ 4 ราคาที่ต้องจ่าย ในฤดูฝุ่น เราไม่ได้แค่แสบตาหรือไอ? สารคดีตอนนี้ จะพาคุณไปรู้จักความร้ายกาจของ PM 2.5 ที่ไม่ได้มาเดี่ยวๆ แต่พ่วงเอา ผู้โดยสาร ตัวอันตรายอย่างสารก่อมะเร็งเกาะมาด้วย นักวิจัยด้านสุขภาพจะมาเปิดเผยข้อมูลว่า ฝุ่นขนาดเล็กเหล่านี้สามารถแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด ไปถึงระดับเซลล์ และส่งผลกระทบต่อการทำงานของ DNA ซึ่งเป็นต้นตอของการเกิดโรคมะเร็งและโรคเรื้อรังที่ทำร้ายคนเหนือมานาน มูลค่าความเสียหาย 2,000 ล้านบาท ราคาที่เราต้องจ่ายเพื่ออากาศ ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่นี่คือ วิกฤตเศรษฐกิจ เชียงใหม่และภาคเหนือต้องสูญเสียรายได้มหาศาลจากทั้งภาคการท่องเที่ยวและค่ารักษาพยาบาล มูลค่าความเสียหายนี้พุ่งสูงถึง 2,000 ล้านบาทต่อปี! เราจะทนจ่ายราคานี้ไปอีกนานแค่ไหน? ระบบ PES เปลี่ยน คนเผา เป็น ผู้รักษาป่า ด้วยกลไกเศรษฐศาสตร์ แนวคิดการแก้ปัญหาแนวใหม่ PES (Payment for Ecosystem Services) หรือการจ่ายค่าตอบแทนเพื่อบริการทางระบบนิเวศ เปลี่ยนจากการนำงบประมาณไปใช้เพียงเพื่อ ดับไฟ มาเป็นการ ลงทุนในลมหายใจเพื่อสนับสนุนให้คนในพื้นที่ดูแลป่าและลดการเผาอย่างยั่งยืน มูลค่าสิ่งแวดล้อมที่แปรผันตามยุคสมัย จากอดีตที่ป่าอาจถูกมองเป็นเพียงแหล่งทรัพยากร สู่ปัจจุบันที่ป่าคือเครื่องจักรผลิตอากาศบริสุทธิ์ที่มีมูลค่ามหาศาล กระแส วิ่งเทรล เมื่อความสวยงามมาพร้อมความเสี่ยง ชวนมองผ่านสายตานักวิ่งเทรลและผู้ที่รักกิจกรรมกลางแจ้ง กีฬายอดฮิตที่ต้องพึ่งพาสภาพแวดล้อมและอากาศที่สะอาด แต่ในวันที่ดอยถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควัน สนามวิ่งที่เคยสวยงามกลับกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงตาย ภาพความย้อนแย้งนี้ชวนตั้งคำถามว่า เราจะกู้คืนสนามวิ่งและพื้นที่กิจกรรมของเรากลับมาได้อย่างไร อากาศบริสุทธิ์ไม่ใช่ของฟรี และเรากำลังจ่ายราคานั้นด้วยชีวิต... ตอนที่ 4 : ราคาที่ต้องจ่าย // สารคดี ฝุ่น-ไฟ หนทางสู่อากาศสะอาด ความร่วมมือระหว่าง Locals ThaiPBS X ผู้ผลิตอิสระทีม FreeFrom และ เครือข่ายการสื่อสารและการดำเนินการ PM2.5 แบบบูรณาการ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน "หนทางสู่อากาศสะอาด" เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือลมหายใจของพวกเราทุกคน #ฝุ่นไฟ #อากาศสะอาด #PES #PM25 #สุขภาพDNA #เศรษฐกิจเชียงใหม่ #วิ่งเทรล #นวัตกรรมแก้ฝุ่น #ลมหายใจที่มีราคา #วช #ICAN #CMU #ACAIR #PM25 #คุณภาพอากาศ #ChiangMai #องศาเหนือ #LocalsThaiPBS #ไทยพีบีเอส
ภาพบรรยากาศเหนือพื้นที่ภาคเหนือในช่วงฤดูหมอกควัน สะท้อนให้เห็นการสะสมของฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในชั้นบรรยากาศตอนล่าง (boundary layer) ซึ่งเกิดจากการผสมผสานของหลายปัจจัย ได้แก่ แหล่งกำเนิดจากการเผาชีวมวลในที่โล่ง (biomass burning) การคมนาคม และกิจกรรมในเมือง ร่วมกับสภาพอุตุนิยมวิทยาที่ไม่เอื้อต่อการระบายอากาศ เช่น ความเร็วลมต่ำ การเกิดสภาวะอุณหภูมิผกผัน (temperature inversion) และภูมิประเทศแบบแอ่งกระทะของภาคเหนือ จากภาพมุมสูง จะเห็นว่าฝุ่นไม่ได้อยู่แค่บนพื้น แต่ลอยอยู่เต็มชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้ท้องฟ้าขุ่น ทัศนวิสัยลดลง และที่สำคัญคือ “กระทบสุขภาพโดยตรง” โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ 📌 สิ่งที่เราทำได้: 😷 สวมหน้ากากกันฝุ่น (เช่น N95) ✅เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ✅ติดตามค่าฝุ่น PM2.5 อย่างสม่ำเสมอ ผ่าน Line @aircmu 📊 ข้อมูล PM2.5 จาก CMU CCDC: Climate Change Data Center → จุดสีม่วง-แดงกระจายหนาแน่น = ค่าฝุ่นระดับสูงมาก (>150 µg/m³) 💜🔴 → สะท้อนการ “สะสม” ของมลพิษในพื้นที่ภาคเหนืออย่างชัดเจน 🌫️ 🔥 จุดความร้อน (Hotspots) → จุดสีแดงจำนวนมาก = การเผาในที่โล่ง (ป่า + เกษตร) → เป็นแหล่งกำเนิดหลักของ PM2.5 ในช่วงนี้ ปัญหานี้แก้ได้ ต้องอาศัยทั้ง “ความร่วมมือของทุกคน และการจัดการเชิงนโยบายของภาครัฐ” เพื่อให้เราได้อากาศสะอาดกลับมาอีกครั้ง
สงกรานต์จบ… “ฝุ่นพิษ” เปิดศึก! ภาคเหนือม่วงคลุมเมือง ☠️🌫️ หลังสงกรานต์ ค่า PM2.5 ภาคเหนือพุ่งสูงอีกระลอก 📈 สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของ hotspot 🔥 และการสะสมของมวลควันในชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้หลายพื้นที่เข้าสู่ระดับ “มีผลกระทบต่อสุขภาพ–อันตราย” ⚠️ 📊 ข้อมูล PM2.5 จาก CMU CCDC → จุดสีม่วง-แดงกระจายหนาแน่น = ค่าฝุ่นระดับสูงมาก (>150 µg/m³) 💜🔴 → สะท้อนการ “สะสม” ของมลพิษในพื้นที่ภาคเหนืออย่างชัดเจน 🌫️ 🔥 จุดความร้อน (Hotspots) → จุดสีแดงจำนวนมาก = การเผาในที่โล่ง (ป่า + เกษตร) → เป็นแหล่งกำเนิดหลักของ PM2.5 ในช่วงนี้ 🛰️ ภาพดาวเทียม → พบชั้นหมอกควันปกคลุมทั้งภูมิภาค → บ่งชี้การ “พัดพา + สะสมข้ามพรมแดน” 🌏 🚨 ดูแลตัวเองด่วน! สวมหน้ากาก 😷 เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และติดตามค่าฝุ่นอย่างใกล้ชิด ผ่าน Line @aircmu CCDC: Climate Change Data Center
วิเคราะห์ความเสี่ยงไฟป่าภาคเหนือ ยิ่งแห้ง ยิ่งเสี่ยง! 🍂🔥 จากการนำข้อมูลความชื้นเชื้อเพลิง หรือ LFMC มาวิเคราะห์ร่วมกับจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2026 ผลลัพธ์ที่ได้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าระดับความแห้งของเชื้อเพลิง คือ สัญญาณเตือนภัยที่แม่นยำในการเฝ้าระวังไฟป่า ผลการวิเคราะห์พบว่าสภาพความแห้งถูกแบ่งออกเป็น 5 ระดับด้วยกัน โดยกลุ่มที่น่ากังวลที่สุดคือพื้นที่ 🔴 แห้งสุดขีด (Extreme Dry) ซึ่งกินพื้นที่กว้างขวางถึง 36.11% ของภาคเหนือตอนบน ตามมาด้วยกลุ่ม 🟠 แห้ง (Dry) 18.82% และกลุ่ม 🟡 เริ่มแห้ง (Moderate Dry) 18.43% ในขณะที่กลุ่มพื้นที่ 🟢 ค่อนข้างชุ่มชื้น (Moderate Moist) และ ⚫️ ชุ่มชื้น (Moist) มีสัดส่วนเพียง 13.88% และ 12.75% ตามลำดับ ซึ่งข้อมูลนี้บ่งบอกว่าพื้นที่ส่วนใหญ่เกือบ 74% กำลังอยู่ในสภาวะที่เอื้อต่อการติดไฟเป็นอย่างมาก สิ่งที่เราพบคือเมื่อเรานำข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียมมาเปรียบเทียบกัน พบว่าจุดไฟไม่ได้กระจายตัวแบบสุ่ม แต่กลับกระจุกตัวอยู่ในบริเวณที่แห้งจัด โดยพื้นที่แห้งมากในสีแดงซึ่งมีสัดส่วนพื้นที่เพียง 36.11% กลับพบจุดความร้อนสูงถึง 45.89% หรือเกือบครึ่งหนึ่งของไฟที่เกิดขึ้นทั้งหมด ในทางกลับกันพื้นที่ชุ่มชื้นที่มีสัดส่วน 12.75% กลับพบจุดไฟเพียง 3.65% เท่านั้น ดังนั้นหากมองในแง่ความหนาแน่น พื้นที่แห้งมากจะมีโอกาสเกิดไฟสูงกว่าพื้นที่ชุ่มชื้นถึง 4 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งการวิเคราะห์ครั้งนี้เราใช้ข้อมูลจุดความร้อนจากทั้งระบบ VIIRS (NOAA-21) ที่มีความละเอียดสูง (ตรวจจับได้แม้เป็นไฟที่มีขนาดเล็ก) และระบบ MODIS (ตรวจจับไฟที่มีขนาดใหญ่) ซึ่งข้อมูลจากทั้งสองระบบยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า พื้นที่ที่มีความชื้นต่ำหรือ "แห้งสุดขีด" คือพื้นที่เสี่ยงภัยสูงสุด ข้อมูล LFMC จึงเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญในการเฝ้าระวังเชิงรุก (Early Warning) ที่ช่วยให้เราชี้เป้าพื้นที่ที่กำลังจะแห้งได้ก่อนเกิดไฟจริง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถยกระดับการป้องกันในพื้นที่เสี่ยงสีส้มและสีแดง เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวน และสื่อสารเตือนภัยถึงพี่น้องประชาชนได้อย่างตรงจุด การเปลี่ยนวิธีทำงานจากการตามดับไฟมาเป็นการป้องกันล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยรักษาลมหายใจและสิ่งแวดล้อมให้ชาวภาคเหนืออย่างยั่งยืน 🧡 🌐 ติดตามข้อมูลความชื้นเชื้อเพลิง (LFMC) แบบรายวันได้ที่ 👉 https://lfmc.fire-d.com/ #ไฟป่า #หมอกควัน #PM25 #ภาคเหนือ #Hotspot #LFMC #เฝ้าระวังไฟป่า #FireD #RCCES #CMU
สารคดีวันหยุดพิเศษ 🔥 สารคดีชุด “ฝุ่นไฟ หนทางสู่อากาศสะอาด” เราติดอยู่ในวังวน PM 2.5 มานานกว่า 10 ปี… แต่ทำไมสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยน ? หรือเพราะคำตอบง่าย ๆ อย่างคำว่า “หยุดเผา” ไม่เคยเพียงพอกับปัญหาที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก ความจริงของ “ฝุ่นและไฟ” ไม่ใช่แค่เรื่องดับไฟหรือไม่ดับไฟ แต่มันคือโครงสร้างทั้งระบบ ตั้งแต่วิทยาศาสตร์การพยากรณ์ไฟและฝุ่น ข้อจำกัดของกฎหมาย เสียงของคนทำงานด่านหน้า ไปจนถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่ยังต้องพึ่งพาไฟ ชวนมองปัญหาฝุ่นควัน “ทั้งระบบ” อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะถ้าเรายังมองปัญหาแบบแยกส่วน เราอาจไม่มีวันออกจากวิกฤตนี้ได้ 📺 13 - 14 - 15 เมษายนนี้ ทางหน้าจอ ข่าวค่ำ ไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 🔎 ตอนที่ 1: ฝุ่น-ไฟ ในมิติปากท้องและอคติเผาป่า - 13 เมษายน 2569 ทำความเข้าใจว่าไฟป่าภาคเหนือไม่ใช่แค่ภัยพิบัติ แต่เป็นปรากฏการณ์ที่มีมิติทางนิเวศและสังคมซ่อนอยู่ 🔎 ตอน 2 : ดับไฟด้วยนวัตกรรม-ฐานข้อมูล เพื่ออนาคตอากาศสะอาด - 14 เมษายน 2569 อนาคตของการจัดการฝุ่นไฟ เมื่อ “ข้อมูล” กลายเป็นเครื่องมือสำคัญ โดรน AI และ Big Data กำลังเปลี่ยนวิธีเฝ้าระวังและจัดการไฟให้แม่นยำขึ้น ที่อาจไม่ได้อาศัยแค่แรงคน แต่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีช่วยตัดสินใจ ⚖️ ตอน ที่ 3 : ระเบียบราชการล้าหลัง-งบท้องถิ่นล่าช้า อุปสรรคดับไฟป่ - 15 เมษายน 2569 เสียงจาก “ด่านหน้า” เมื่อคนทำงานตัวจริง ต้องติดกับข้อจำกัดของกฎหมาย งบประมาณ และอำนาจการตัดสินใจ และความหวังจาก พ.ร.บ.อากาศสะอาด 💬 ถึงเวลามองปัญหา “ฝุ่นไฟ” ให้ครบทั้งระบบ และตั้งคำถามใหม่ว่า…เราจะออกจากวิกฤตนี้ได้จริงหรือไม่ สารคดีชุด “ฝุ่นไฟ หนทางสู่อากาศสะอาด” ทาง 13 - 14 - 15 เมษายนนี้ ทางหน้าจอ ข่าวค่ำ ไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 ความร่วมมือระหว่าง Locals ThaiPBS X ผู้ผลิตอิสระทีม Free From และ เครือข่ายการสื่อสารและการดำเนินการ PM2.5 แบบบูรณาการ #ฝุ่นไฟหนทางสู่อากาศสะอาด #ThaiPBS #PM25 #อากาศสะอาด
เกิดเป็นชาวเหนือยุคนี้... แค่ "หายใจ" ยังต้องจ่ายเงินหมื่น! 😷💸💨 ม่านหมอกสีเทาที่เห็นมันคือ "หายนะทางเศรษฐกิจ" ที่กำลังดูดเงินในกระเป๋าเราแบบเงียบๆ! 🌫️⚠️ ล่าสุดผลวิจัยจากคณะเศรษฐศาสตร์ มช. (ปี 2568) เผย Fact สุดจึ้งว่าฝุ่น PM2.5 ใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพแล้วนะ แต่มันคือวิกฤตที่ดึงเงินพวกเราไปรวมกว่า 1.6 หมื่นล้านบาทต่อปี!! 😱📉 สรุปประเด็นเน้นๆ ที่คนรุ่นเราต้องรู้: อากาศบริสุทธิ์ = สินค้า Luxury: ตอนนี้ลมหายใจสะอาดกลายเป็นของต้องซื้อ ใครอยากรอดต้องจ่ายค่าเครื่องฟอก + ไส้กรอง + หน้ากาก 🛒💨 คนมีเครื่องฟอก = จ่ายหนัก 2 เท่า: ผลวิจัยชี้กลุ่มที่ติดเครื่องฟอกในบ้าน ต้องแบกภาระสูงถึง 10,369 บาท/ปี 💸 (เปรียบเหมือนการเสียภาษีทางอ้อมให้มลพิษ เพียงเพื่อให้ได้หายใจในบ้านตัวเอง!) ความเหลื่อมล้ำใต้ฝุ่น: ในขณะที่คนมีเงินยอมจ่ายเพื่อรอด แต่พี่น้องกลุ่มรากหญ้าต้องแลกด้วย "สุขภาพ" และรายได้ที่หายไปจากการหยุดงานเฉลี่ย 4,776 บาท/ปี 🏚️💔 สิทธิขั้นพื้นฐานอย่าง "อากาศสะอาด" กลายเป็นเรื่องของคนที่มีกำลังจ่ายเท่านั้น... ทั้งที่พวกเราทุกคนควรมีสิทธิ์หายใจได้เต็มปอดเท่ากันแบบไม่ต้องพึ่งโชคชะตา 🕯️🔥 ร่วมกันส่งเสียงหน่อยว่าเราไม่ได้ต้องการแค่ฝนมาช่วย แต่เราต้องการการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน! 📢✊ ขอบคุณข้อมูลจาก Prachachat - ประชาชาติ
🌟ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ว่าน วิริยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตัวแทนประเทศไทย นำเสนอผลงานวิจัยบนเวทีนานาชาติ AIR FAIR 2026 ณ สาธารณรัฐเกาหลี 🔹ผศ.ดร.ว่าน วิริยา Wan Wiriya มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในนามคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ (AcAir CMU) และศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ Environmental Science Research Center #ESRC ได้รับเกียรติในฐานะตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมบรรยายในเวทีนานาชาติ “Global Special Technical Seminar” ภายใต้ งาน AIR FAIR 2026 (Climate Technology & Air Industry Fair 2026) 🔹การประชุมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 14.00–17.00 น. ณ COEX Exhibition Center, Hall B, Open Seminar Zone (1F), กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และภาคอุตสาหกรรมจากหลายประเทศเข้าร่วม อาทิ สาธารณรัฐเกาหลี สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคาร (IAQ) แนวโน้มอุตสาหกรรม และนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากล 🔹ในการนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ว่าน วิริยา ได้นำเสนอผลงานในหัวข้อ “The Clean Air Landscape: PM2.5 Mitigation Technology Adoption and Market Stratification in Northern Thailand” โดยเน้นการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูงเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในช่วงวิกฤตหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ 🔹สาระสำคัญของการนำเสนออธิบายแนวคิด “The Clean Air Landscape” ซึ่งเป็นการวิเคราะห์การจัดการปัญหา PM2.5 ในระดับพื้นที่ โดยพิจารณาทั้งด้านการใช้เทคโนโลยีและการเข้าถึงของประชาชน จากข้อมูลพบว่าค่าฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ยังคงสูงในช่วงฤดูหมอกควัน และเกินค่ามาตรฐานในหลายช่วงเวลา 🔹การศึกษาดังกล่าวได้จำแนกทางเลือกในการจัดการอากาศสะอาดออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ เครื่องฟอกอากาศเชิงพาณิชย์ เครื่องฟอกอากาศแบบประกอบเอง (DIY) ระบบห้องแรงดันบวก และนวัตกรรมจากผู้ประกอบการท้องถิ่น ซึ่งมีความแตกต่างทั้งด้านต้นทุนและการเข้าถึง โดยพบว่านวัตกรรมระดับชุมชนมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงอากาศสะอาดได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มโรงเรียนและชุมชนที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ นอกจากนี้ ยังได้สะท้อนบทบาทของ AcAir CMU ในฐานะหน่วยงานวิชาการที่ขับเคลื่อนองค์ความรู้ นวัตกรรม และการสื่อสารสาธารณะด้านคุณภาพอากาศ โดยมุ่งสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเป็นรูปธรรม เวทีดังกล่าวประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศ อาทิ ผู้แทนจากสมาคมผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกา (AHAM) ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมอากาศจากสาธารณรัฐเกาหลี ผู้แทนจากสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องฟอกอากาศแห่งประเทศจีน (APIAC) และผู้เชี่ยวชาญด้านคุณภาพอากาศภายในอาคาร (IAQ) ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือระดับนานาชาติในการพัฒนาเทคโนโลยีและแนวทางการจัดการอากาศสะอาด การนำเสนอครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การแก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยีที่เหมาะสมและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการสนับสนุนนวัตกรรมระดับพื้นที่ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ทั้งนี้ การแก้ปัญหา PM2.5 ที่ยั่งยืน ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีที่ดีที่สุด แต่อยู่ที่เทคโนโลยีที่ “เข้าถึงได้จริง”
ฝุ่นอาจมองไม่เห็น…แต่ผลกระทบมีจริง 🌫️ ลมหายใจของเรา สำคัญกว่าการฝืนออกไปวิ่งในวันที่อากาศไม่ดี วันนี้พัก ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ แต่คือการดูแลตัวเองอย่างเข้าใจ เพื่อให้ร่างกายได้ไปต่ออย่างแข็งแรงในวันข้างหน้า เช็กค่าฝุ่นก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง เลือกดูแลปอด หัวใจ และสุขภาพของตัวเองให้ดีนะ เพราะสุขภาพที่ดี คือสิ่งสำคัญที่สุด 🤍 ติดตามสถานการณ์ฝุ่นผ่าน “น้องฟ้าใส” Line @aircmu แอดเฟรน แชร์โลเคชัน ทราบค่าฝุ่นง่ายๆเพียงปลายนิ้ว เพื่อวางแผนการใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกวัน 🌿 #PM25 #เช็กฝุ่นก่อนวิ่ง #น้องฟ้าใส #AirCMU #ดูแลสุขภาพ #ห่วงใยตัวเอง #PM25 #ดูแลสุขภาพ #เช็กฝุ่นก่อนวิ่ง #ห่วงใยตัวเอง #สุขภาพสำคัญที่สุด
ฝุ่น PM2.5 เชียงใหม่ 💨 : เมื่อ “ไฟ🔥+ อากาศนิ่ง” กลายเป็นวิกฤต 🔹ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน 2569 จังหวัดเชียงใหม่เผชิญสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในระดับวิกฤต ค่าเฉลี่ยรายวันพุ่งสูงถึง 92–147 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ติดต่อกันมากกว่า 10 วัน หรือสูงกว่าค่ามาตรฐานถึง 3–4 เท่า 🔴คำถามสำคัญคือ — วิกฤตนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? 🔸เกิดอะไรขึ้นในช่วงวิกฤต ข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม–เมษายน 2569 แสดงให้เห็นภาพที่ชัดเจน: - มกราคม–กุมภาพันธ์: PM2.5 อยู่ในระดับปานกลาง (20–35 µg/m³) - ปลายกุมภาพันธ์เป็นต้นมา: จำนวน “จุดความร้อน (Hotspots)” เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว - ในช่วงวันที่ 28–29 มีนาคม: พบ hotspots มากกว่า 1,000 จุดต่อวัน ติดต่อกัน - ปลายมีนาคม–ต้นเมษายน: PM2.5 พุ่งสูงและคงอยู่ในระดับวิกฤตต่อเนื่อง 🔸ทำไม PM2.5 ถึงพุ่งสูง สถานการณ์นี้อธิบายได้จาก 3 ปัจจัยหลัก: 1. แหล่งกำเนิด: การเผาชีวมวล 2. สภาพอากาศ: อากาศนิ่ง ลมอ่อน และการผสมตัวแนวดิ่งต่ำ 3. การสะสมของมลพิษในบรรยากาศ 🔴Insight สำคัญ - PM2.5 เกิดจาก “เผา + อากาศนิ่ง” - ระบบมีลักษณะสะสมต่อเนื่อง (feedback loop) - Hotspots > 1,000 จุด/วัน คือสัญญาณวิกฤต 🌧️แล้วฝนช่วยได้แค่ไหน? ฝนช่วยลด PM2.5 ผ่านกระบวนการ wet deposition แต่เป็นผลระยะสั้นเท่านั้น ✅แนวทางแก้ไข 1. ควบคุมการเผาในที่โล่ง 2. ใช้แบบจำลองและข้อมูลดาวเทียม 3. พัฒนาระบบเตือนภัยและการจัดการเชิงระบบ ✅บทสรุป การลดการเผา คือกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหา PM2.5 ในภาคเหนือ 📊แหล่งข้อมูล: - สถานีตรวจวัด 35T กรมควบคุมมลพิษ - NASA FIRMS - สำนักงานอุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ #PM25 #เชียงใหม่ #ฝุ่นควัน #คุณภาพอากาศ #AcAirCMU #คณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ #ศูนย์วิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ #มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Chiang Mai University
💨 ล้าง Filter เครื่องฟอกผิดชีวิตเปลี่ยน! รู้ยัง? แผ่นกรองเครื่องฟอกอากาศ “ห้ามล้างน้ำเด็ดขาด!” 🚫💦 HEPA โดนน้ำ = พัง 💀 Carbon โดนน้ำ = กลิ่นไม่หาย 😵💫 อยากให้เครื่องปัง อากาศคลีนแบบตัวท็อป ต้องดูแลให้ถูกวิธี! ✨ ✔️ ใช้เครื่องดูดฝุ่นเบาๆ ✔️ เป่าลมจากในออกนอก ❌ ห้ามน้ำ ❌ ห้ามซัก ❌ ห้ามบิด มีแค่ “Pre-filter” เท่านั้นที่ล้างได้! 💧 แล้วอย่าลืมตากให้แห้งสนิทก่อนใส่กลับ ☀️ 🔥 ดูแลถูก = หายใจดีไปอีกยาวๆ #สายคลีนต้องรู้ #เครื่องฟอกอากาศ #ชีวิตดีเริ่มที่อากาศดี 🌿💙
กราฟนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือคุณภาพชีวิตของคนใน เชียงใหม่ ที่ต้องเผชิญซ้ำแล้วซ้ำเล่า 🌫️ ทุกปีช่วงมีนาคมถึงเมษายน ค่า PM2.5 พุ่งเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง 📈 สะท้อนว่าปัญหาฝุ่นควันไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้เราจะ “รับรู้” มาหลายปีแล้วก็ตาม เมื่อข้อมูลชี้ชัดขนาดนี้ คำถามไม่ใช่ว่า “เกิดอะไรขึ้น” แต่คือ “เราจะยอมให้มันเกิดขึ้นอีกนานแค่ไหน” ❗ เพราะทุกวันที่ค่าฝุ่นเกินเกณฑ์ คือทุกวันที่สุขภาพของผู้คนกำลังถูกลดทอนอย่างเงียบงัน 🫁 #PM25 #เชียงใหม่ #ฝุ่นควัน #คุณภาพอากาศ #AcAirCMU #คณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ #ศูนย์วิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ #มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Chiang Mai University


รายงานการดำเนินงาน
คณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี 2568
รายงานการดำเนินงาน
คณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ปี 2567
รายงานการดำเนินงาน
คณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ปี 2566
รายงานการดำเนินงาน
คณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ปี 2565
กิจกรรมเด่นและรายงานการดำเนินงาน
คณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ปี 2563




















